นักวิชาการด้านเศษฐศาสตร์ที่สนับสนุนเครือข่ายขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน
จี้ให้ ปตท.คืนท่อก๊าซให้เป็นของรัฐ
ย้ำการมีส่วนร่วมภาคประชาชนคือสิ่งสำคัญในการปฏิรูปพลังงาน
พร้อมหารูปแบบการเคลื่อนไหวแบบใหม่หลังจากที่ทหารมีคำสั่งให้หยุดเดินรณรงค์
เพราะละเมิดกฎอัยการศึก
เดชรัตน์ สุขกำเนิด อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ที่ร่วมเคลื่อนไหวกับเครือข่ายขาหุ้นปฏิรูปพลังงานให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอสว่า
การเคลื่อนไหวของเครือข่ายขาหุ้นฯ นั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อเรียกร้อง 5
เรื่อง
เรื่องแรก คือ การเปลี่ยนระบบการให้สัมปทานปิโตเลียมจากเดิมที่ใช้ระบบสัมปทาน เป็นระบบแบ่งปันผลผลิต
เรื่องที่ 2 คือ ให้ ปตท.คืนท่อก๊าซธรรมชาติทั้งหมด ทั้งบนบกและในทะเล ตามที่ศาลปกครองวินิจฉัยไว้
เรื่องที่ 3 คือ ปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม และก๊าซธรรมชาติให้เป็นธรรม
เรื่องที่ 4 คือ การจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าทั่วประเทศ
โดยเฉพาะภาคใต้ที่ต้องให้ความสำคัญกับการเปรียบเทียบระหว่างการใช้พลังงาน
หมุนเวียนกับการก่อสร้างโรงไฟฟ้า
เรื่องที่ 5 คือ การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการปฏิรูปพลังงาน และการตัดสินใจเชิงนโยบายด้านพลังงาน
นายเดชรัตน์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ศาลมีคำสั่งให้ ปตท.คืนท่อก๊าซทั้งหมด
แต่ ปตท.ยังไม่ได้คืนส่วนที่เป็นท่อในทะเล จึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบว่า
ปตท. คืนท่อก๊าซครบถ้วนแล้วหรือไม่
ซึ่งความเป็นจริงแล้วสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเคยทำรายงานการคืนท่อก๊าซของ
ปตท. แต่ยังไม่มีการนำรายงานฉบับนั้นออกมาเผยแพร่ เพื่อพิจารณาตรวจสอบ
ซึ่งที่ผ่านมา ปตท.ให้ข้อมูลว่า ท่อก๊าซในทะเลไม่จำเป็นต้องคืน
เพราะอยู่ในเขตนอก 12 ไมล์ทะเลซึ่งอยู่นอกอำนาจทางกฎหมาย
แต่เมื่อพิจารณาดูแล้วพบว่าอำนาจอธิปไตยของไทยครอบคลุมพื้นที่เศรษฐกิจ
จำเพาะด้วย
ส่วนข้อเรียกร้องที่เกี่ยวกับเรื่องโครงสร้างราคาพลังงาน และระบบสัมปทาน
นั้นต้องเริ่มที่ให้รัฐเปลี่ยนแปลงนโยบาย
เพื่อให้ปตท.ปฏิบัติตามนโยบายนั้น
สำหรับข้อเสนอแนะสำหรับรัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศ
นายเดชรัตน์เสนอให้มีการพิจารณายกเลิกกองทุนน้ำมันอย่างเป็นขั้นตอน
เนื่องจากกองทุนน้ำมันสร้างภาระให้ผู้ใช้น้ำมันและทำให้เกิดการบิดเบือนราคา
รวมถึง ก๊าซหุ้งต้มควรจัดสรรให้ภาคครัวเรือนก่อน
แล้วค่อยจัดสรรให้ภาคปิโตรเคมี ซึ่งควรได้ใช้แบบเดียวกับภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ
ไม่ใช่ว่า ผู้ประกอบการที่มีส่วนเกี่ยวเนื่องกับ
ปตท.แล้วได้สิทธิพิเศษด้านราคา
สำหรับความกังวลว่าหากขึ้นราคาก๊าซในภาคปิโตรเคมี
จะสร้างภาระให้ประชาชนภายหลังหรือไม่นั้น นายเดชรัตน์กล่าวว่า
ต้องปรับความคิดใหม่ว่า ก๊าซทั้งหมดเป็นของประชาชน
ปตท.เป็นเพียงผู้รับมาดำเนินการ ซึ่งสิ่งที่ ปตท.พยายามชี้แจงมาตลอด คือ
ธุรกิจปิโตรเคมี สร้างมูลค่าเพิ่มสูงมาก
จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องซื้อวัตถุดิบราคาต่ำกว่าที่ประชาชนซื้อ
ควรซื้อในราคาเดียวกัน
ซึ่งปัจจุบันการใช้ก๊าซหุ้งต้มของธุรกิจปิโตเคมีนั้นไม่ต้องเสียภาษีท้อง
ถิ่นหรือภาษีสรรพสามิต ซึ่งสะท้อนถึงโครงสร้างราคาที่ไม่เป็นธรรม นอกจากนี้
อุตสาหกรรมปิโตรเคมียังเป็นอุตสาหกรรมที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
มากอีกด้วย
ในส่วนของการเคลื่อนไหวของเครือข่ายขาหุ้นฯ นายเดชรัตน์มองว่า
การที่ทหารออกคำสั่งให้หยุดการเดินรณรงค์จาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ถึง
กรุงเทพฯ นั้นแสดงให้เห็นว่าภาครัฐมอง การเดินรณรงค์ให้ข้อมูลประชาชน
แจกเอกสารเป็นภัยคุกคามต่อรัฐ
เครือข่ายฯ
จึงต้องหาว่าวิธีที่เหมาะสมกับการให้ข้อมูลประชาชนในช่วงที่ยังมีการประกาศ
กฎอัยการศึกและไม่อยากให้มีการใช้อำนาจมาปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน
ขอบคุณเนื้อหาจาก : http://news.thaipbs.or.th/content/นักวิชาการเศรษฐศาสตร์-จี้-ปตทคืนท่อก๊าซในทะเล-ย้ำประชาชนควรมีส่วนร่วมปฏิรูปพลังงาน
ขอบคุณวิดิโอจาก : http://www.youtube.com/watch?v=SR6l43BEZQM