กลุ่มเรา นั้นได้ทำความสะอาดห้องเรียนต่างๆ ได้จัดเก็บโต๊ะเก้าอี้ กวาดห้องเรียน เก็บขยะต่างๆ เพื่อที่คนมาเรียนในวิชาถัดไปมีสุขภาพจิตดี การทำความสะอาดนั้น ไม่ได้ช่วยให้มีความสะอาดเพียงอย่างเดียว ยังช่วยรักษาอุปกรณ์ และยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ ต่างๆอีกด้วย
วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2557
วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2557
การทำความสะอาดโรงเรียนเบญจมราชูทิศราชบุรี ครั้งที่ 2 (สัปดาห์ที่2)
สวัสดีครับ พวกเรา นักเรียนโรงเรีบยเบญจมราชูทิศราชบุรี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/6 ได้ทำความสะอาดโรงเรียนในบางส่วน ตามห้องเรียนต่างๆ อาคาร ๆ เพื่อที่โรงเรียนจะได้สะอาด ไม่มีขยะ ครับ
วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2557
อาเซียน คืออะไร?
อาเซียน คือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East AsianNations หรือ ASEAN) โดยการจัดตั้งในครั้งแรกมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมและร่วมมือในเรื่องสันติภาพ, ความมั่นคง, เศรษฐกิจ, องค์ความรู้, สังคมวัฒนธรรม บนพื้นฐานความเท่าเทียมกันและผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศสมาชิก
อาเซียน ได้ก่อตั้งขึ้นโดย ปฏิญญากรุงเทพ (Bangkok Declaration) เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2510 โดยมีผู้ร่วมก่อตั้ง 5 ประเทศคือ
1.ไทย โดย พันเอก (พิเศษ) ถนัด คอมันตร์ (รัฐมนตรีต่างประเทศ)
2.สิงคโปร์ โดย นายเอส ราชารัตนัม (รัฐมนตรีต่างประเทศ)
3.มาเลเซีย โดย ตุน อับดุล ราชัก บิน ฮุสเซน (รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ)
4.ฟิลิปปินส์ โดย นายนาซิโซ รามอส (รัฐมนตรีต่างประเทศ)
5.อินโดนีเซีย โดย นายอาดัม มาลิก (รัฐมนตรีต่างประเทศ)
2.สิงคโปร์ โดย นายเอส ราชารัตนัม (รัฐมนตรีต่างประเทศ)
3.มาเลเซีย โดย ตุน อับดุล ราชัก บิน ฮุสเซน (รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ)
4.ฟิลิปปินส์ โดย นายนาซิโซ รามอส (รัฐมนตรีต่างประเทศ)
5.อินโดนีเซีย โดย นายอาดัม มาลิก (รัฐมนตรีต่างประเทศ)
ต่อมาได้มีประเทศต่างๆ เข้าร่วมเป็นสมาชิกเพิ่มเติม คือ 8 ม.ค.2527 บรูไนดารุสซาลาม, 28 ก.ค. 2538 เวียดนาม, 23 ก.ค. 2540 สปป.ลาว และ พม่า, 30 เม.ย. 2542 กัมพูชา ทำให้ปัจจุบันมีสมาชิกอาเซียนทั้งหมด 10 ประเทศ
คำขวัญอาเซียน คือ หนึ่งวิสัยทัศน์, หนึ่งอัตลักษณ์, หนึ่งประชาคม (One Vision, One Identity, One Community)
สัญลักษณ์อาเซียน

รูปรวงข้าวสีเหลืองบนพื้นสีแดงล้อมรอบด้วยวงกลมสีขาวและสีน้ำเงิน
-รูปรวงข้าวสีเหลือง 10 ต้น มัดรวมกันไว้ หมายถึง ประเทศสมาชิกรวมกันเพื่อมิตรภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
-พื้นที่วงกลม สีแดง สีขาว และน้ำเงิน ซึ่งแสดงถึงความเป็นเอกภาพ
-ตัวอักษรคำว่า “asean” สีน้ำเงิน อยู่ใต้ภาพรวงข้าวอันแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกันเพื่อความมั่นคง สันติภาพ เอกภาพ และความก้าวหน้าของประเทศสมาชิกอาเซียน
-รูปรวงข้าวสีเหลือง 10 ต้น มัดรวมกันไว้ หมายถึง ประเทศสมาชิกรวมกันเพื่อมิตรภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
-พื้นที่วงกลม สีแดง สีขาว และน้ำเงิน ซึ่งแสดงถึงความเป็นเอกภาพ
-ตัวอักษรคำว่า “asean” สีน้ำเงิน อยู่ใต้ภาพรวงข้าวอันแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกันเพื่อความมั่นคง สันติภาพ เอกภาพ และความก้าวหน้าของประเทศสมาชิกอาเซียน
สีน้ำเงิน หมายถึง สันติภาพและความมั่นคง
สีแดง หมายถึง ความกล้าหาญ และความก้าวหน้า
สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์
สีเหลือง หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง
สีแดง หมายถึง ความกล้าหาญ และความก้าวหน้า
สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์
สีเหลือง หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง
อาเซียน รวมตัวกันเพื่อ ความร่วมมือกันทางการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม และได้มีการพัฒนาการเรื่อยมา จนถึงขณะนี้ที่เรามีกฎบัตรอาเซียน (ธรรมนูญ อาเซียน หรือ ASEAN Charter) ซึ่งเป็นเสมือนแนวทางการดำเนินงานที่จะนำไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียนซึ่งประกอบด้วย 3 เสาหลัก คือ
1.การเมืองความมั่นคง
2.เศรษฐกิจ (AEC)
3.สังคมและวัฒนธรรม
2.เศรษฐกิจ (AEC)
3.สังคมและวัฒนธรรม
ซึ่งทั้งหมดนี้ก็มีพัฒนาการไปด้วยกัน โดยเหตุที่คนส่วนใหญ่มักจะพูดถึงแต่ AEC ซึ่งก็คือด้านเศรษฐกิจหรือ “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” คงเป็นเพราะว่าเรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่ดูจะจับต้องได้มากกว่าเรื่องอื่นๆ อีกทั้งในการขับเคลื่อนส่วนใหญ่แล้วที่มักจะก้าวไปเร็วกว่าส่วนอื่นๆ ก็คือภาคธุรกิจ ดังนั้นคนอาจจะรับรู้เรื่อง AEC มากกว่ามิติความร่วมมืออื่นๆ ของอาเซียน
อย่างไรก็ดีความร่วมมือทั้ง 3 เสาหลักของอาเซียนก็มีความสำคัญด้วยกันทั้งสิ้น เพราะการสร้างประชาคมอาเซียนย่อมหมายถึงการร่วมมือและหลอมรวมกันในทุกมิติ และแต่ละมิติก็ล้วนมีความสำคัญและส่งเสริมซึ่งกันและกัน เราคงไม่อาจผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจได้หากปราศจากความมั่นคงทางการเมือง หรือความเข้าใจกันของคนในอาเซียน
ขณะนี้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน เรื่องการเปิดเสรีแรงงานในอาเซียนจะทำได้อย่างอิสระ ตัวอย่างเช่น แรงงานสามารถข้ามฝั่งโขงไปก็หางานทำอีกประเทศหนึ่งได้เลย ข้อเท็จจริง ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะการเปิดเสรีด้านแรงงานที่อาเซียนได้เจรจากันครอบคลุมเฉพาะในส่วนของแรงงานมีฝีมือ ขณะนี้อาเซียนได้จัดทำข้อตกลงยอมรับร่วมในคุณสมบัติวิชาชีพเพียง 7 สาขา คือ แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล นักบัญชี วิศวกร สถาปนิก และชำงสำรวจ แต่การที่แรงงานมีฝีมือใน 7 สาขาดังว่าจะเข้ามาทำงานในประเทศต่างๆ ในอาเซียนได้ จะต้องทำตามขั้นตอนและกฎระเบียบภายในประเทศต่างๆ อยู่ดี เช่น หากต้องการทำงานในไทยก็ต้องผ่านการสอบใบประกอบวิชาชีพหรือผ่านขั้นตอนการประเมินตามเงื่อนไขภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยเสียก่อน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของแรงงานไร้ฝีมือไม่อยู่ในขอบเขตของการเปิดเสรีด้านบริการอาเซียน ดังนั้นการเปิดเสรีเป็นคนละส่วนกับปัญหาแรงงานต่างด้าวทั่วไป รวมถึงแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งในส่วนนั้นประเทศไทยได้พยายามร่วมมือกับรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้านเพื่อแก้ไขปัญหาและจัดระเบียบ
เมื่อไม่นานมานี้มีการสอบถามความตระหนักรู้ของประชาชนใน 10 ประเทศสมาชิกเกี่ยวกับอาเซียน ปรากฏว่า ไทยอยู่ในอันดับท้ายๆ ขณะที่ประเทศสมาชิกใหม่ของอาเซียน (CLMV) อย่าง ลาว กัมพูชา เมียนมาร์ และเวียดนาม กลับรู้จักและเห็นความสำคัญของอาเซียนมากกว่า เพราะเขาติดตามข่าวสารเกี่ยวกับประเทศไทย ซื้อสินค้าไทย ดูละครไทย และเรียนรู้ภาษาไทยกันมากขึ้น คนไทยเป็นคนเก่ง มีจุดแข็งและมีความโดดเด่นหลายด้าน และไม่ได้ด้อยเรื่องความรู้ความสามารถ แต่ยังมีจุดอ่อนอันดับแรกในเรื่องของภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาทางการของอาเซียน ซึ่งต้องพัฒนาอีกมาก
นอกจากนี้ เราต้องหันมาให้ความสนใจกับประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนด้วยกันเองมากขึ้น ว่าตอนนี้เขาทำอะไรกัน มีพัฒนาการในเรื่องใด มีความแข็งแกร่งและมีจุดอ่อนในเรื่องไหน เพราะเมื่อรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียนใน ปี 2558 ประเทศในอาเซียนจะมีการติดต่อกันมากขึ้น
ขณะที่องค์กรต่างๆในประเทศไทย ก็ต้องพัฒนาความรู้และติดตามข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับอาเซียนในสาขาที่เกี่ยวกับตนเอง เพื่อให้สามารถรับมือกับคู่แข่งจากอีก 9 ประเทศให้ได้ จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับคนไทยและประเทศไทยอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย จึงอยากให้มองว่าปี 2558 ที่อาเซียนจะก้าวสู่การเป็นประชาคม ไม่ได้ถือเป็นจุดสิ้นสุดของอาเซียน แต่เป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญของอาเซียน และเราจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป
วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2557
"ตุ๊กแกบิน" ป่าแก่งกระจาน หนึ่งในสัตว์สายพันธุ์ใหม่ 367 ชนิดที่ถูกค้นพบในประเทศลุ่มแม่น้ำโขง!
กระรอกบินขนาดยักษ์ ตุ๊กแกถลาลม ปลาที่ผสมพันธุ์โดยใช้หัว ตุ๊กแกบิน และแมงมุมไร้ดวงตาที่อาศัยอยู่ในถ้ำ เป็นสัตว์ในจำนวน 367 สายพันธุ์ใหม่ที่ถูกค้นพบโดยเหล่านักวิทยาศาสตร์ในเขตพื้นที่แม่น้ำโขงในช่วงเวลาเพียง 1 ปี ระหว่างปี 2555 ถึง 2556 โดยหนึ่งในนั้นเป็นสัตว์สายพันธุ์ใหม่ที่ถูกพบในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานของไทย
WWF เปิดเผยรายงาน "แม่โขงอันลี้ลับ" ในวันที่ 5 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก โดยรายงานดังกล่าววเน้นให้เห็นเหล่าสัตว์ที่สวยงาม หนึ่งใน 15 สายพันธุ์ที่ได้รับความสนใจ คือ กระรอกบินขนาดยักษ์สายพันธุ์ใหม่ (Biswamoyopterus laoensis) โดยนักวิทยาศาสตร์เจอกระรอกสายพันธุ์ใหม่ตัวนี้ที่ตลาดค้าเนื้อสัตว์ภายในประเทศลาว ด้วยลักษณะเด่นซึ่งก็คือขนอันมีสีแดงและขาวอันเด่นชัด กระรอกบินขนาดยักษ์ถือได้ว่าเป็นตัวแรกที่ถูกค้นพบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในประเทศไทย ตุ๊กแกบิน (Ptychozoon kaengkrachanense) ถูกค้นพบในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เจ้าตุ๊กแกลายพรางนี้อาศัยการยืดผิวหนังด้านข้างของลำตัวและบนนิ้วเท้าเพื่อร่อนตัวไปมาตามกิ่งไม้
“อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งมีการเข้าสำรวจน้อยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มันคือเขตป่าข้ามพรมแดนอันกว้างใหญ่ซึ่งมีพื้นที่ติดกับพม่า นี่เป็นพื้นที่สำคัญในการค้นคว้าหาสายพันธุ์ใหม่ของประเทศไทยและประเทศพม่า อีกทั้งยังถิ่นที่อยู่ของเสือที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในโลก การค้นพบสัตว์สายพันธุ์ใหม่ที่นี่ยืนยันความสำคัญของการพยายามอนุรักษ์ผืนป่าอันยิ่งใหญ่แห่งนี้เอาไว้” ดร.โทมัส เกรย์ ผู้จัดการของโครงการ WWF สายพันธุ์แม่น้ำโขงกล่าว
ในกัมพูชา นกกระจิบสายพันธุ์ใหม่ได้ถูกค้นพบกลางกรุงพนมเปญ นกกระจิบกัมพูชา (Orthotomus chaktomuk) นั้นถูกค้นพบครั้งแรกในปี 2009 ระหว่างการตรวจค้นในช่วงแพร่ระบาดของไข้หวัดนก หลังการตรวจสอบโดยละเอียดทั้งจากขนนก เสียงร้อง และยีน ทำให้ O. chaktomuk หรือนกกระจิบกัมพูชาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์สายพันธุ์ใหม่อย่างเป็นทางการ
ในเวียดนาม นักวิทยาศาสตร์ค้นพบค้างคาวยักษ์สายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อ Griffin’s leaf-nosed Bat (Hipposideros griffini) ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ จมูกขนาดใหญ่ที่มันใช้ในการนำทางผ่านการสะท้อนของเสียง
อีกสายพันธุ์หนึ่งซึ่งถูกค้นพบในเวียดนามคือปลาขนาดเล็กที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Phallostethus cuulong ซึ่งตัวของมันโปร่งใสจนมองเห็นอวัยวะภายใน มันมีอวัยวะเพศอยู่ด้านหลังของปากทำให้มันผสมพันธุ์โดยใช้หัวสัมผัสกับหัว
“การค้นพบสายพันธุ์ใหม่ๆ เป็นการยืนยันว่าแม่น้ำโขงเป็นหนึ่งในเขตพื้นที่ซึ่งอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดแห่งนึงของโลก” ดร.เกรย์กล่าว “ถ้าเราต้องการที่จะปกป้องสัตว์เหล่านี้ไม่ให้สูญพันธุ์และอยากมีความหวังที่จะมีการค้นพบสัตว์สายพันธุ์ใหม่ในอนาคต รัฐบาลต้องลงทุนและผลักดันโครงการอนุรักษ์และปลูกป่า”
หนึ่งในสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 21 สายพันธุ์ที่ถูกค้นพบในรายงานคือกบบิน Helen’s Flying Frog (Rhacophorus helenae) ซึ่งถูกค้นพบในป่าอยู่ห่างจากเมืองโฮจิมินห์ไม่ถึง 100 กิโลเมตร เจ้ากบสีเขียวขนาดใหญ่นี้จะร่อนตัวไปมาบนยอดไม้โดยใช้พังผืดที่เป็นครีบบนมือและเท้า พวกมันจะลงมาจากยอดไม้เพื่อผสมพันธุ์ในแหล่งน้ำเท่านั้น กบ Helen’s Flying Frog ถูกค้นพบภายในป่าซึ่งถูกล้อมไปด้วยพื้นที่การเกษตร ย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการรีบเร่งเข้าไปอนุรักษ์รักษาพื้นที่ป่าลุ่มต่ำนี้เอาไว้
“ป่าเขตร้อนลุ่มต่ำเป็นหนึ่งในเขตพื้นที่ซึ่งถูกบุกรุกมากที่สุดในโลก ด้วยฝีมือของมนุษย์จากการตัดไม้หรือทำลายผืนดิน” ดร.เกรย์กล่าว “กบสายพันธุ์ใหม่นี้เพิ่งจะถูกค้นพบแต่พวกมันก็กำลังอยู่ในสภาวะเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์เช่นเดียวกับสายพันธุ์อื่นๆ”
ขอบคุณภาพจาก WWF
ที่มา : http://news.thaipbs.or.th/content/ตุ๊กแกบิน-ป่าแก่งกระจาน-หนึ่งในสัตว์สายพันธุ์ใหม่-367-ชนิดที่ถูกค้นพบในประเทศลุ่มแม่น้ำโขง-0
WWF เปิดเผยรายงาน "แม่โขงอันลี้ลับ" ในวันที่ 5 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก โดยรายงานดังกล่าววเน้นให้เห็นเหล่าสัตว์ที่สวยงาม หนึ่งใน 15 สายพันธุ์ที่ได้รับความสนใจ คือ กระรอกบินขนาดยักษ์สายพันธุ์ใหม่ (Biswamoyopterus laoensis) โดยนักวิทยาศาสตร์เจอกระรอกสายพันธุ์ใหม่ตัวนี้ที่ตลาดค้าเนื้อสัตว์ภายในประเทศลาว ด้วยลักษณะเด่นซึ่งก็คือขนอันมีสีแดงและขาวอันเด่นชัด กระรอกบินขนาดยักษ์ถือได้ว่าเป็นตัวแรกที่ถูกค้นพบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในประเทศไทย ตุ๊กแกบิน (Ptychozoon kaengkrachanense) ถูกค้นพบในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เจ้าตุ๊กแกลายพรางนี้อาศัยการยืดผิวหนังด้านข้างของลำตัวและบนนิ้วเท้าเพื่อร่อนตัวไปมาตามกิ่งไม้
“อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งมีการเข้าสำรวจน้อยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มันคือเขตป่าข้ามพรมแดนอันกว้างใหญ่ซึ่งมีพื้นที่ติดกับพม่า นี่เป็นพื้นที่สำคัญในการค้นคว้าหาสายพันธุ์ใหม่ของประเทศไทยและประเทศพม่า อีกทั้งยังถิ่นที่อยู่ของเสือที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในโลก การค้นพบสัตว์สายพันธุ์ใหม่ที่นี่ยืนยันความสำคัญของการพยายามอนุรักษ์ผืนป่าอันยิ่งใหญ่แห่งนี้เอาไว้” ดร.โทมัส เกรย์ ผู้จัดการของโครงการ WWF สายพันธุ์แม่น้ำโขงกล่าว
ในกัมพูชา นกกระจิบสายพันธุ์ใหม่ได้ถูกค้นพบกลางกรุงพนมเปญ นกกระจิบกัมพูชา (Orthotomus chaktomuk) นั้นถูกค้นพบครั้งแรกในปี 2009 ระหว่างการตรวจค้นในช่วงแพร่ระบาดของไข้หวัดนก หลังการตรวจสอบโดยละเอียดทั้งจากขนนก เสียงร้อง และยีน ทำให้ O. chaktomuk หรือนกกระจิบกัมพูชาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์สายพันธุ์ใหม่อย่างเป็นทางการ
ในเวียดนาม นักวิทยาศาสตร์ค้นพบค้างคาวยักษ์สายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อ Griffin’s leaf-nosed Bat (Hipposideros griffini) ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ จมูกขนาดใหญ่ที่มันใช้ในการนำทางผ่านการสะท้อนของเสียง
อีกสายพันธุ์หนึ่งซึ่งถูกค้นพบในเวียดนามคือปลาขนาดเล็กที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Phallostethus cuulong ซึ่งตัวของมันโปร่งใสจนมองเห็นอวัยวะภายใน มันมีอวัยวะเพศอยู่ด้านหลังของปากทำให้มันผสมพันธุ์โดยใช้หัวสัมผัสกับหัว
“การค้นพบสายพันธุ์ใหม่ๆ เป็นการยืนยันว่าแม่น้ำโขงเป็นหนึ่งในเขตพื้นที่ซึ่งอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดแห่งนึงของโลก” ดร.เกรย์กล่าว “ถ้าเราต้องการที่จะปกป้องสัตว์เหล่านี้ไม่ให้สูญพันธุ์และอยากมีความหวังที่จะมีการค้นพบสัตว์สายพันธุ์ใหม่ในอนาคต รัฐบาลต้องลงทุนและผลักดันโครงการอนุรักษ์และปลูกป่า”
หนึ่งในสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 21 สายพันธุ์ที่ถูกค้นพบในรายงานคือกบบิน Helen’s Flying Frog (Rhacophorus helenae) ซึ่งถูกค้นพบในป่าอยู่ห่างจากเมืองโฮจิมินห์ไม่ถึง 100 กิโลเมตร เจ้ากบสีเขียวขนาดใหญ่นี้จะร่อนตัวไปมาบนยอดไม้โดยใช้พังผืดที่เป็นครีบบนมือและเท้า พวกมันจะลงมาจากยอดไม้เพื่อผสมพันธุ์ในแหล่งน้ำเท่านั้น กบ Helen’s Flying Frog ถูกค้นพบภายในป่าซึ่งถูกล้อมไปด้วยพื้นที่การเกษตร ย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการรีบเร่งเข้าไปอนุรักษ์รักษาพื้นที่ป่าลุ่มต่ำนี้เอาไว้
“ป่าเขตร้อนลุ่มต่ำเป็นหนึ่งในเขตพื้นที่ซึ่งถูกบุกรุกมากที่สุดในโลก ด้วยฝีมือของมนุษย์จากการตัดไม้หรือทำลายผืนดิน” ดร.เกรย์กล่าว “กบสายพันธุ์ใหม่นี้เพิ่งจะถูกค้นพบแต่พวกมันก็กำลังอยู่ในสภาวะเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์เช่นเดียวกับสายพันธุ์อื่นๆ”
ขอบคุณภาพจาก WWF
ที่มา : http://news.thaipbs.or.th/content/ตุ๊กแกบิน-ป่าแก่งกระจาน-หนึ่งในสัตว์สายพันธุ์ใหม่-367-ชนิดที่ถูกค้นพบในประเทศลุ่มแม่น้ำโขง-0
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
